วันที่ 9 เมษายน 2567
ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว
นายสุรศักดิ์ ฯ
พร้อมด้วยของกลาง
โทรศัพท์มือถือ
กระเป๋าสตางค์ สีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ
โดยกล่าวหาว่า “ ลักทรัพย์หรือรับของโจร”
สถานที่จับกุม บริเวณ สน.หนองค้างพลู แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์การจับกุมกล่าวคือ) เมื่อวันที่ 2 เมษายน2567 เวลาประมาณ 23.28 น. เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจาก(ผู้เสียหาย) ว่าได้เกิดเหตุลักทรัพย์ที่บริเวณที่เกิดเหตุ ตึกเช่าเมืองไทยแคปปิตอล ซอยเพชรเกษม 108 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร มีทรัพย์สิน สูญหายไป มี โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง , กระเป๋าสตางค์ จำนวน 1 ใบ พร้อมบัตรเครดิต ที่อยู่ในกระเป๋าจำนวน 6 ใบ , กุญแจรถกระบะอยู่ในกระเป๋าสะพายข้าง พรัอมกระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ และได้มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.หนองค้างพลู และได้ร่วมกันไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และได้ทำการติดตามสืบสวนจับกุมเรื่อยมา ได้รับแจ้งจาก ผู้เสียหาย ว่า ได้ตรวจพบ สัญญาณโทรศัพท์ ของที่สูญหายไปขึ้น บริเวณลานวัดอุมรังสี ตรงข้าม สถานที่เกิดเหตุ ในวันถัดมา เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้ จึงได้ร่วมกันเดินทางไปทำการตรวจสอบพบ พร้อมผู้เสียหาย พบ กระเป๋าสะพายข้างสีดำ ของผู้เสียหาย ( ผู้เสียหายได้เก็บรักษาคืน ไว้ แล้ว ) วางอยู่ข้าง โกษฐ์ บรรจุ กระดูก นายชินฯซึ่งทราบจากบุคคลภายในวัดฯ ว่าเป็นที่หลับนอน ของคนที่อ้างว่า เป็นบุตรหลาน ของเจ้าของโกษฐ์ ดังกล่าว ได้ทำการตรวจสอบ ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ พบว่า นายสุรศักดิ์ฯ คือบุคคลที่มาพักหลับนอนอยู่บริเวณดังกล่าว ภายหลังทราบว่ามีเจ้าพนักงานตำรวจ ไปสอบถามหาตนเอง นายสุรศักดิ์ฯ ได้หลบหนีไปจากสถานที่ดังกล่าว ต่อมาวันนี้ ( 9 เม.ย.2657 ) เวลาประมาณ 09.30 น. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า พบเห็นนายสุรศักดิ์ฯ นั่งอยู่บริเวณริมคลองมหาศร ข้างซอยเพชรเกษม 81 ใกล้วัดอุดมรังสี ฯ เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจ พบนายสุรศักดิ์ฯ อยู่ที่บริเวณดังกล่าวตามแจ้งจริง จึงได้ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสอบถามข้อเท็จจริง และขอทำการตรวจค้น ก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้านายสุรศักดิ์ฯ ดูจนเป็นที่พอใจ จึงลงมือตรวจค้น ผลการตรวจค้นไม่พบของกลาง สอบถาม นายสุรศักดิ์ฯ แจ้งว่าเป็นเอง เป็นคนที่ได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์ ที่ตึกเช่าเมืองไทยแคปปิตอล ซอยเพชรเกษม 108 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ได้ทรัพย์สิน เป็นโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ไอโฟน จำนวน 2 เครื่อง , กระเป๋าในสตางค์ จำนวน 1 ใบ โดยภายในกระเป๋ามี บัตรเครดิต ของนายวัฒนา มรกฎ อยู่จำนวน 6 ใบ จึงได้นำตัวนายสุรศักดิ์ฯ พร้อมของกลาง มาที่สน.หนองค้างพลู และ ได้แจ้งให้ผู้เสียหาย มาดูของกลาง ได้ชี้ยืนยันแจ้งว่า ของกลางดังกล่าวทั้งหมดที่นายสุรศักดิ์ฯ นำมามอบให้ เป็นทรัพย์สินของตน ที่หายไปจริง และนายสุรศักดิ์ฯ ได้ให้การว่า โทรศัพท์ไอโฟน อีกเครื่องนั้น ตนเองได้โยนทิ้งน้ำไปแล้ว ส่วนกุญแจรถยนต์ ตนนำไปวางไว้ข้างโกษฐ์ ไม่ทราบว่าผู้ใดมานำไป เจ้าพนักงานชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิเบื้องต้นให้ทราบ โดยมีนายวัฒนา มรกฎ ชี้ยืนยันของกลาง บันทึกจับกุมตัว พร้อมนำของกลาง ส่งเจ้าพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป
