วันที่ 13 พฤษภาคม 2567
พฤติการณ์การจับกุม
เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ระดมกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับกระกอบกิจการให้สินเชื่อส่วนบุคคลฯ ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการปล่อยเงินกู้นอกระบบอยู่ย่านกลางซอยเพชรเกษม 110 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร โดยจะขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟเอ็กสีเทาดำ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีน้ำเงินสลับ สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบออกขับขี่เก็บดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ภายในซอยดังกล่าวและละแวกใกล้เคียง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาวันนี้ (13 พ.ค.2567) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางแผนจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ดังกล่าวและนำเงินที่จะจ่ายดอกเบี้ยถ่ายเอกสาร ลง ปจว.ไว้ดำเพื่อดำเนินการต่อไป จากสืบสวนทราบว่า น.ส.นันทวรรณฯ ซึ่งพักอยู่ในซอยดังกล่าวได้กู้ยืมเงินนอกระบบจากนายเจ็ดเพชรเกษม (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง)จำนวน 10,000-บ. จ่ายดอกเบี้ยวันละ 600.-บ. จะมีลูกน้องขับรถมอร์เตอร์ไซคันสีแดงสลับน้ำเงินมาเก็บดอกเบี้ยทุกวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงวางแผนให้ น.ส.นันทววรรณฯ จ่ายเงินดอกเบี้ยเป็นเงินสดให้กับนายปัญญา พบพล และนายศตวรรษ ปู่มลัด (ทราบชื่อและนามสกุลจริงภายหลัง) ขณะมาเก็บดอกเบี้ยกับตน โดยได้ถ่ายวีดีโอและเอกสารเงินสดธนบัตรฉบับละ 100-บ. รวมจำนวน 6 ฉบับ มอบให้ น.ส.นันทวรรณฯ ไว้จ่ายดอกเบี้ยให้กับลูกน้องนายเจ็ดเพชรเกษม คือนายปัญญาฯและนายศตวรรษฯ โดยก่อนมอบเงินดังกล่าวได้ตรวจค้นแสดงความบริสุทธิใจแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นัดหมายกับน.ส.นันทวรรณฯเพื่อจับกุมโดยน.ส.นันทวรรณฯแจ้งว่าลูกน้องนายเจ็ดเพชรเกษมทั้งสองคนดังกล่าวจะมาเก็บดอกเบี้ยที่หน้าบ้านของตนทุกวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านน.ส.นันทวรรณฯ ระว่างนั้นพบบุคคลต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์ (ของกลางลำดับที่ 1) ทราบชื่อภายหลัง คือนายปัญญาฯและนายศตวรรษฯแต่งกายและสวมหมวกกันน็อคเต็มใบขับรถจักรยานยนต์สีน้ำเงินดำ(ของกลางรายการที่ 2) มาจอดหน้าบ้านน.ส.นันทวรรณฯตะโกนเรียกให้ไปจ่ายดอกเบี้ย เมื่อน.ส.นันทวรรณฯยื่นเงินจ่ายดอกเบี้ยให้ ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นตัว โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ตรวจค้นพบเงินสดของกลางรายการที่ 4, 5 และ รายการที่ 6 อยู่ที่ในมือของผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจสอบหมายเลขตรงกันกับที่ธนบัตรที่มอบให้กับผู้เสียหาย ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือโดยความยินยอมพบรายการสนทนาแชทการพูดคุยการทวงเงิน โอนเงินดอกเบี้ย
สอบถามนายปัญญา หรือดำ และนายศตวรรษ หรือสิงห์ ให้รับตนทำหน้าที่เก็บเงินดอกเบี้ยที่นายเจ็ดเพชรเกษมนำมาปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เพชรเกษมฯ ได้รับค่าจ้างวันละ 500-บ.โดยจะจดรายละเอียดการทวงดอกเบี้ยและรับโอนดอกเบี้ยไว้ในโทรศัพท์มือถือ โดยตนเองไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้ง ข้อกล่าวหาว่า“ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ซึ่งนายปัญญา หรือดำ พบพล และนายศตวรรษ หรือสิงห์ ปู่มลัด ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงแจ้งให้ทราบว่าจะต้องถูกจับกุมข้อหาดังกล่าวและแจ้งว่ามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ หากให้การคำให้การนั้นอาจเป็นพยานในชั้นศาล ซึ่งได้เข้าใจรายละเอียดแห่งการจับกุมตลอดสิทธิดังกล่าวดีแล้ว จากนั้นจึงได้นำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สน.หนองค้างพลู เสร็จแล้วจึงนำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สน.หนองค้างพลู เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว
1 นายปัญญาฯ
2. นายศตวรรษฯ
ของกลาง
1 รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110ไอ สีแดง จำนวน 1 คัน
2 รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110ไอ สีน้ำเงิน-ดำ จำนวน 1 คัน
3 หนวกนิรภัย ยี่ห้อ สเปกคราว สีเทา จำนวน 1 ใบ
4 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เรดมี รุ่น เอหนึ่ง สีเขียว พร้อมซิมกร์าดหมายเลขโทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง
5.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ออปโป้ รุ่น เอหนึ่งแปด สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
6.ธนบัตร ฉบับละ 100 บาท จำนวน 5 ฉบับ
สถานที่ตรวจพบของกลาง
ของกลางรายการที่ 1,2 ขับขี่ขณะจับกุม
ของกลางรายการที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 2 สวมใส่ขณะจับกุม
ของกลางรายการที่ 4,5 ถืออยู่ในมือของผู้ต้องหาที่ 2
ของกลางรายการที่ 6 ถืออยู่ในมือผู้ต้องหาที่ 1
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด””
ในการควบคุมตัวผู้ถูกจับ เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมได้ทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวผู้ถูกจับในชั้นจับกุมจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตามมาตรา22วรรคหนึ่งแห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565

